|
เกาะเสม็ดในอดีต ที่หลายๆท่านยังฝังใจ
เกาะเสม็ดในอดีต เมื่อเกือบร้อยปีก่อนไม่มีผู้คนอาศัยอยู่
จะมีก้อเพียงชาวบ้านที่ไปตัดต้นเสม็ดมาเผาทำถ่านขายและชาวเลที่ไปทำประมงหาปลาเพียงไม่กี่คน
เราคงเคยได้ยินวรรณคดีไทยเรื่อง พระอภัยมณีกันมาเป็นอย่างดี
อดีตเมื่อสมัยครั้งนั้นก็มีผู้คนรู้จักเกาะเสม็ด ในนามว่า เกาะแก้วพิสดาร
ซึ่งมีความสวยงามมากขนาดที่ท่านกวีเอกของไทย
อดที่จะกล่าวถึงไว้ในบทกลอนที่ท่านประพันธ์ไม่ได้
ซึ่งเป็นสิ่งการันตีได้ว่าเกาะเสม็ดมีความสวยงาม
และด้วยที่เกาะเสม็ดตั้งอยู่ไม่ห่างจากฝั่งเท่าไรนัก
จึงมีนักเดินทางมาเยือนเกาะแห่งนี้อย่างไม่ขาดสาย
แต่สิ่งหนึ่งที่เกาะแห่งนี้ไม่เคยเปลี่ยนตัวเองเลยตลอดเวลาที่ยาวนาน
คือหาดทรายที่ขาวดังแก้วละเอียดและจะมีเสียงเวลาที่เราก้าวเท้าเดินบนหาดทรายและน้ำทะเลที่ใส่
สีครามตัดกับขอบฟ้า ในวันที่แจ่มใสเกาะแห่งนี้จะสวยงามมาก
และประทับใจผู้ที่มาเยือนทุกคน ไม่มีวันลืม
เกาะเสม็ดเมื่อสิบกว่าปีก่อน
ที่ความเจริญยังก้าวมาไม่ถึง
 
ผมเองยังจำได้สมัยนั้น
เกาะแห่งนี้มีความสงบและยังไม่มีนักเดินทางมาท่องเที่ยวมากนัก
ผมเดินทางมาเที่ยวเกาะเสม็ดครั้งแรกเมื่อ 2528
ช่วงนั้นชีวิตที่น่าเบื่อของเด็กกรุงมันทำให้ผมและเพื่อนๆเทคนิคหาทางออกสู่วันฟ้าใสๆ
และหลังจากวันนั้นชีวิตที่เหลือของผมก็ติดอยู่ที่เกาะแห่งนี้ หลายสิบปีก่อนท่าเรือข้ามเกาะมีเพียงแห่งเดียวและต้องรอเรือกันนานกว่าจะได้ออก
เพียงแค่ให้ได้ค่าน้ำมันเรือก็พอแล้ว เมื่อเรือได้เวลาออกก็ใช้เวลาไม่นาน
เพียงครึ่งชั่งโมงเท่านั้น
ยังไม่ทันเมาเรือเราก็จะได้เห็นสะพานไม้เก่าๆที่เรียกว่า
หน้าด่านที่ๆคนหลายๆคนต้องขึ้นสะพานที่นี่
เพราะหน้าด่านเป็นชุมชนบนเกาะและหากจะเดินทางไปหาดทรายแก้ว อ่าวไผ่
อ่าวทับทิมก็สามารถต่อรถสองแถวที่นี่ได้ แต่ถนนคงไม่ต้องพูดถึง
มันแสนจะทรมานและอาจทำให้คุณเมารถได้ทั้งๆที่นั่งเรือยังไม่ทันเมา
และหากไม่ขึ้นที่สะพานหน้าด่าน
แล้วจะเลยไปหาดลุงหวังหรือวงเดือนก็ต้องนั่งเรือต่อไปอีกครึ่งชั่วโมง
เมื่อถึงอ่าววงเดือนแล้วก็ต้องลงแพที่มีคนสาวเชือกมารับที่เรือ
เชือกจะผูกโยงจากหาดกับสายสมอที่ทอดทิ้งไว้
นี่ก็เป็นสิ่งที่ทรมานไม่แพ้การนั่งรถบนที่หน้าด่าน
เพราะถ้าแพลอยลำอยู่นานเพื่อรอผู้โดยสารลงแพให้ครบ
มันจะทำให้เมาคลื่นได้ในเวลาไม่กี่นาที

  
แค่นี้ก้อหรูสุดๆแล้ว เมื่อ 20 ปีก่อน
กระท่อมทั่วไปไม่มีพัดลมแล้วก้อเป็นเสื่อไม่มีฟูกนิ่มๆ
 
แต่เมื่อมาถึงเกาะแห่งนี้แล้วไม่ว่าจะเป็นทางเลือกไหน ความสวยงาม ความสงบ
ที่ได้มาเยือนก็จะติดประทับในใจตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพื้นทรายของเกาะเสม็ด
วันที่ฟ้าใสๆ แดดแรงๆ หากไม่มีแว่นกันแดดดีๆสักอัน คงต้องหยีตากันทั้งวัน
เพราะแสงแดดจะสะท้อนพื้นทรายที่ขาวมาก
จนทำให้เราต้องละสายตายไปมองที่ทะเลที่มีเพียงประกายแสงแดดจะดีกว่า
และทุกครั้งที่เราเหยียบพื้นทรายจะมีเสียงเท้าบดกับทรายที่ละเอียดทุกก้าวที่เราเดินไป
 
ที่พักส่วนใหญ่บนเกาะจะเป็นกระท่อมปลูกด้วยไม้ไผ่มุงด้วยแฝกหรือไม่ก็ใบจาก
น้ำที่ใช้อาบก็ได้มาจากบ่อที่ขุดลงไปไม่ลึกนัก
ต้องใช้แรงหน่อยกับการชำระร่างกายจากไอเค็มของทะเล
ไฟฟ้าที่ใช้อยู่ได้มาจากเครื่องปั่นไฟ ที่จะปั่นในช่วง6โมงเย็นจนถึง5ทุ่ม
บางที่ยังไม่มีการปั่นไฟใช้ก็จะมีตะเกียงหรือไม่ก็เทียนไว้คอยให้แสงสว่างในเวลากลางคืน
ด้วยที่ไม่มีแสงใดมารบกวนในยามค่ำคืนทำให้ดาวดวงเล็กดวงน้อยได้อวดตัวเองบนท้องฟ้าจนแทบจะล้นท้องฟ้าในคืนเดือนแรมทุกครั้ง

ภาพเก่าๆของเสม็ด ที่ยังพอหามาให้ชมกันได้
อดีตของเกาะแห่งนี้คงไม่เปลี่ยนแปลงไปมากมาย
แต่การที่มีนักท่องเที่ยวมากขึ้นนั้นย่อมทำให้เกาะนี้เสื่อมความงามลงไปบ้าง
และคงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่ต้องเที่ยวอย่างมีสำนึก คือไม่ทำลายธรรมชาติ
ไม่ทิ้งขยะลงทะเลหรือหาดทราย
อย่าให้เศษแก้วเศษพลาสติกขยะต่างๆปนไปกับหาดทรายขาวๆเลย ช่วยกันรักษาไว้
สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยๆก็จะคงสภาพไปอีกนาน
ไว้ให้พวกเราได้เก็บรูปสวยๆไปไว้ในบันทึกส่วนตัว ดังคำที่ว่า "
ฝากไว้เพียงลอยเท้า เก็บไปแค่ภาพถ่าย "
แต่สิ่งที่เราต้องเก็บอีกอย่างก็คงเป็นขยะต่างๆที่เราได้ผลิตมันขึ้นระหว่างมาเยือนเกาะแห่งนี้โดยตั้งใจ
แค่ไม่ทิ้งชิ้นต่อไป
คุณก็มีส่วนช่วยรักษาธรรมชาติของเกาะเสม็ดไว้ให้คนรุ่นหลังได้เห็นความสวยงาม
ที่เราได้เห็นกันในทุกวันนี้

วันนี้ความเจริญอาจดาหน้าสู่เกาะเสม็ดที่ตามมากับความต้องการของนักท่องเที่ยว
แม้กระทั่ง 7-11 ยังมองเห็นอนาคตบนเกาะแห่งนี้ รถสองแถวที่ใหม่สภาพป้ายแดง
เรือโดยสารเรือเร็ว เจ็ทสกี แพติดเครื่องยนต์ ถนนหนทางที่ดี
ไฟฟ้าและน้ำประปามีให้ใช้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่พักที่มีความสบายห้องพักติดเครื่องปรับอากาศพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
เราคงห้ามสิ่งเหล่านี้ไม่ได้
แต่เกาะเสม็ดในวันวานยังอยู่ในความทรงจำของคนจำนวนไม่น้อยเสมอมา
วันนั้นที่ผมเหยียบพื้นทรายแห่งนี้ทำให้ผมพบกับชีวิตที่แตกต่าง
เพื่อนๆทุกคนต่างเดินไปตามทางที่เขาขีดไว้
แต่ตัวผมกลับแยกออกจากทางเส้นนั้นเพื่อหาความสุขแบบชาวเกาะ
เป็นเรื่องธรรมดามากที่จะได้เห็นฟ้าสีครามและน้ำทะเลใสจนเห็นพื้นทราย
สิบกว่าปีภาพพวกนี้ยังคงอยู่ในความทรงจำเสมอมา
ชีวิตวัยรุ่นของผมมาเริ่มที่เกาะแห่งนี้ บอกได้คำเดียวว่าคุ้มมาก
ทุกวันนี้เวลาผมกลับไป กรุงเทพบ้านเกิดของผม แต่มันกลับรู้สึกห่างไกลอย่างแปลกๆ
ฟ้า ทะเล เกาะ
ภาพชินตาของผมทำให้ภาพนครหลวงของประเทศนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากหันหลังให้ทุกทีที่กลับไป
 
|