|
พระมาลาวัดราชบูรณะ
ตำนานพระร่วงอยุธยา

หลายคนอาจสับสนสมบัติล้ำค่า ชิ้นสำคัญของประเทศไทย
ที่ถูกนำไปจัดแสดงที่สหรัฐอเมริกา จริงแล้ว...เป็นพระมงกุฎ หรือพระมาลา
อาจารย์ศรีศักร วัลลิโภดม ที่ปรึกษามูลนิธิเล็ก-ประไพ
วิริยะพันธุ์ บอกว่า ถ้าเป็น พระมงกุฎ...พระมหาพระมงกุฎ จะต้องมียอด
เป็นมงกุฎที่ใช้ ในงานสำคัญ
ในพิธีบรมราชาภิเษกอาจารย์ศรีศักรตั้งข้อสังเกต หากเป็นพระมงกุฎจะไม่นำมาฝังในพระปรางค์...แต่จะต้องใช้สืบต่อกันไป"สิ่งที่พบ...ไม่มียอด
น่าจะเป็นพระมาลา หรือเป็นหมวก"ศิลปะลวดลาย ที่ปรากฏในหมวก
อาจารย์ศรีศักร บอกว่า ร่วมสมัยยุคอยุธยาตอนต้นพระมาลาองค์นี้
น่าจะมีความชัดเจนแล้วว่าเป็นของพระมหากษัตริย์...ต่างกับพระมาลาราชินี
ชิ้นที่พบในกรุวัดราชบูรณะ และยังอยู่ในพิพิธภัณฑสถานเจ้าสามพระยา จ.อยุธยาพระมาลาราชินี
ถักด้วยทองคำ ขนาดจะเล็กกว่าพระมาลาพระมหากษัตริย์บางคนอาจสงสัย เป็นพระมาลาของไทยหรือไม่
อาจารย์ศรีศักรบอกว่า ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบ ลวดลาย ศิลปะ
ค่อนข้างชี้ชัดว่าอยู่ในช่วงอยุธยาตอนต้นแต่ประเด็นจะเป็นของแท้หรือเปล่า
ก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กันต่อประเด็นปัญหาการพิสูจน์
ในมุมมองของอาจารย์ศรีศักร...พระมาลาองค์นี้
อาจถูกนำไปสร้างสถานการณ์ว่ามาจากกรุวัดราชบูรณะ มีความสัมพันธ์ กับพระมาลาของมเหสี
และรัดพระเกศของพระมหากษัตริย์นักโบราณคดีสันนิษฐานกันว่า
ของล้ำค่าเหล่านี้...อยู่ในชุดเดียวกัน สมัยเดียวกันอาจารย์ศรีศักร
บอกว่า แนวคิดที่ว่านี้ มีความเป็นไปได้สูง แต่ต้องตรวจสอบให้ดีๆ
อันดับแรก ต้องดูว่ามีของที่หายไป...ในช่วงเวลานั้นจริงหรือไม่?ประเด็นต่อมา
แม้ว่าจะดูตามโครงสร้างลวดลายเป็นของที่มีใช้ในยุคสมัยนั้น
ก็ต้องตรวจสอบให้ได้ว่า ของชิ้นนี้เป็นของแท้หรือไม่"สมัยนี้นักปลอมเก่งมาก...ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญมาดูเนื้อทอง
ลักษณะการทำ ลวดลายต่างๆให้ละเอียดถี่ถ้วน"ถามว่า
ลวดลายที่ปรากฏอยู่บนพระมาลาองค์นี้ บ่งบอกถึงอะไรบ้าง?เท่าที่เห็นจากรูป
ลายที่เป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน ประดับด้วยทับทิม...เป็นรูปแบบศิลปะร่วมสมัยของอยุธยาการที่มีกลีบบัวอยู่ด้านบนพระมาลา
หมายถึงความเป็นมงคลที่ ยิ่งใหญ่ของจักรวาล
น่าจะเป็นของสำหรับกษัตริย์ที่มีสถานภาพ...หรือไม่
ก็เป็นของเจ้านายชั้นสูง"คนธรรมดาคงจะทำอย่างนั้นไม่ได้
แม้กระทั่งข้าราชการ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ทำไม่ได้..."อาจารย์ศรีศักร
บอกว่า สมัยก่อนมีขีดคั่นความแตกต่างกันสูง...พระมาลาทำจากทองคำอย่างนี้
ต้องเป็นของพระมหากษัตริย์เท่านั้น
ยุคนั้นยังไม่มีการสร้างระบบศักดินา
ก็จะมีความต่างระหว่างพระมหากษัตริย์ กับเจ้านาย ขุนนาง
และคนธรรมดามาก...การเก็บพระมาลาไว้ในกรุ
ชี้ให้เห็นถึงอะไรบางอย่างพิจารณาโครงสร้างพระมหาสถูปใหญ่ในวัดราชบูรณะ
ความเป็นจริงน่าจะมีไว้เพื่อบรรจุพระบรมธาตุ...ไม่น่าจะใช้เป็นที่เก็บอัฐิพระ
มหากษัตริย์"พระปรางค์ขนาดใหญ่จะสร้างเพื่อบรรจุพระบรมธาตุเท่านั้น
จะไม่สร้างเพื่อนำมาบรรจุอัฐิพระมหากษัตริย์ เพราะถือว่าบุญยังไม่ถึง...พระมหากษัตริย์เป็นพระสมมุติราช
ไม่ใช่เทวราช พระพุทธเจ้าย่อมยิ่งใหญ่กว่า"
คนโบราณถือกันมาก หากนำพระอัฐิไปใส่ไว้ในที่ซึ่งสูงที่สุดแล้ว
ก็จะนำไปสู่ไม่ดี...ไม่เจริญ สิ่งที่พบในพระมหาสถูป...ไม่ว่า
ข้าวของเครื่องใช้ พระพุทธรูป พระแสงดาบ เครื่องทอง และมงกุฎ...ถือเป็นเครื่องราชูปโภคสำคัญ
เป็นของพระมหากษัตริย์ที่ถวายให้กับพระบรมธาตุ เพื่อเป็นพุทธบูชา"รูปช้างม้าที่พบ...เป็นสัตว์มงคล
คนยุคนั้นมักฝังไว้กับพระบรมธาตุ" ตัวแปรอื่นที่น่าสนใจ...บริเวณกรุมีพระปรางค์ทองคำจำลอง
คนที่ขุดออกมาบอกว่า...พบผอบ ในผอบมีกระดูกชิ้นโตๆ
แน่นอนว่าไม่ใช่กระดูกพระพุทธเจ้าอาจารย์ศรีศักรสันนิษฐานว่า...ข้อมูลนี้ไม่น่าเชื่อถือ
คาดว่าก่อนจะถึงผอบน่าจะมีสถูปจำลองตั้งอยู่หลายชั้น แต่ถูกเอาไปแล้ว
ที่สำคัญ...แกนที่ตั้งพระบรมธาตุก็ถูกขโมยไปด้วย
หากได้ความจริงมาทั้งหมด เชื่อว่าจะเห็นความหมายของพระปรางค์จำลอง
ในความเป็นจริง คงจะใช้ครอบพระบรมธาตุเอาไว้ข้อสันนิษฐานของอาจารย์ศรีศักร
พระมาลาก็คือสิ่งหนึ่งที่พระมหากษัตริย์
ยุคนั้นใช้เป็นเครื่องบูชาบวงสรวง อุทิศให้กับพระบรมธาตุนอกจากนี้กรุพระปรางค์ใหญ่
ยังเชื่อมโยงไปถึงความมั่งคั่งของอยุธยาในสมัยศตวรรษที่ 20 ตอนปลาย
ก่อนที่จะเข้าศตวรรษ 21 อาจารย์ศรีศักร
บอกว่า ยุคนั้นเป็นยุคที่แสดงความมั่งคั่ง
ของอยุธยาในฐานะที่เป็นเมืองท่าที่มีการติดต่อกับต่างประเทศ
โดยเฉพาะพระมหากษัตริย์ที่เป็นเจ้าของพระราชูปโภค คือ...สมเด็จพระนครินทร์ทราชาธิราชท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่สำคัญ
เคยเสด็จไปเมืองจีน ขยายการค้า
เอาช่างจีนมาทำเครื่องปั้นดินเผาในประเทศไทย
"สิ่งต่างๆที่มีอยู่ในกรุที่มีอยู่มากมายเหลือเกิน
มีรูปคนจีนอยู่ด้วย ดูจะแสดงถึงความมั่งคั่ง...สมเด็จพระนครินทร์ทราชาธิราช
จึงเป็นพระมหากษัตริย์ที่สำคัญที่สุดองค์หนึ่ง"
ตามจารึกประวัติศาสตร์ สมเด็จพระนครินทร์ทราชาธิราช
รวมสุโขทัยไปจนถึงอยุธยา ก่อนสมัยพระเจ้าสามพระยา และพระบรมไตรโลกนาถ
ทรงเป็นกษัตริย์ในราชวงศ์สุพรรณภูมิ ก่อนที่จะเสวยราชย์ในสุพรรณภูมิ...อยุธยามี
2 เมืองซ้อนกันอยู่ แม้ว่าจะยอมยกให้อยุธยาเป็นใหญ่ แต่สุพรรณ-ภูมิกับอยุธยาก็ยังไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
พระมหากษัตริย์ยังแข่งขันกันระหว่างวงศ์สุพรรณบุรีกับวงศ์พระเจ้าอู่ทองพระนครินทร์ทราชาธิราชเป็นวงศ์สุพรรณบุรี
ตอนที่ยังเป็นเจ้าเมืองลูกหลวง..
เมืองแพรกศรีราชามีตำแหน่งเป็นเจ้านครอินทร์
ท่านเคยเสด็จไปเมืองจีนนอกจากนี้
ท่านยังเป็นลูกเขยกษัตริย์ทางสุโขทัย รวมสุโขทัย...สุพรรณ
ภูมิเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ จึงมีอำนาจเหนืออยุธยา
แล้วก็ไปชิงราชบัลลังก์จากกษัตริย์ราชวงศ์พระเจ้าอู่ทอง
ตั้งตัวเป็นใหญ่ในอยุธยา...
ทรงพระนามว่า พระนครินทร์ทราชาธิราช "ยุคท่าน
จึงเป็นยุคที่มั่งคั่งมาก..." อาจารย์ศรีศักร ว่ายังมีข้อมูลว่า
สมเด็จพระนครินทร์ทราชาธิราชองค์นี้ ปรากฏอยู่ในตำนานพระร่วง
ตามประวัติศาสตร์อยุธยา ถือเป็นเรื่องสำคัญ
แต่นักประวัติศาสตร์ไทยค่อนข้างจะเงียบต่อสิ่งเหล่านี้"เมื่อท่านสวรรคต
ท่านมีลูกคนสำคัญอยู่ 3 องค์...องค์แรกกับองค์สองชิงราชสมบัติกัน
ฟันขาดคอช้างที่หน้าวัดราชบูรณะ ทำให้ ราชสมบัติได้กับลูกองค์ที่สาม..สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่
2...เจ้าสามพระยา"เมื่อครั้งเจ้าสามพระยาถวายพระเพลิงพระบรมศพ
ก็สร้างวัดราชบูรณะขึ้นมาอาจารย์ศรีศักรสรุปว่า เรื่องของพระมาลา
จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่... ไม่สำคัญ
แต่ความสำคัญอยู่ที่การทำให้มีการนำเอาเรื่องราวประวัติศาสตร์ในสมัยอยุธยา
ที่คนไทยควรจะรู้ให้ฟื้นคืนมาอีกครั้งคนไทยจะได้รู้ประวัติศาสตร์อยุธยา
รุ่งเรืองเฟื่องฟูแค่ไหน...วันนี้ ไปอยุธยาก็เห็นกันแต่วัด
อุทยานประวัติศาสตร์ ไม่ได้เห็นความรุ่งเรืองในอดีต"ยิ่งไปเที่ยวงาน
เห็นแสง สี เสียง...ที่เป็นการมอมเมา ก็ยิ่งเป็นการไปทำลาย
เพื่อการท่องเที่ยว...ลืมมรดกโลกทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ"สิ่งที่คนไทยควรจะรับรู้
ไม่ใช่เพียงแค่ว่าการพิสูจน์ว่าพระมาลานั้นเป็นของจริงหรือเปล่า
หรือจะนำกลับคืนมาได้หรือไม่....
เพราะถึงจะได้มาแล้ว พระมาลาที่สำคัญในวันนี้
ก็อาจเป็นเพียงแผ่นทองชิ้นเดียว ที่ถูกนำเอาไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์
ไม่นาน...เมื่อสังคมเลิกให้ความสนใจ
ก็จะไม่มีใครรู้ว่าสิ่งเหล่านี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ มากแค่ไหน....
ข่าวจาก สกู๊ปหน้า1 : พระมาลาวัดราชบูรณะ ตำนานพระร่วงอยุธยา ไทยรัฐ
วันที่ 5 มีนาคม 2548
เมื่อไหร่คนไทยจะรู้เรื่องของประเทศไทย ความเป็นมาของเราในอดีต
สิ่งที่เราได้จากเรื่องราวครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทวงคืน
แค่คนไทยอีกไม่น้อยคงได้ทราบประวัติศาสตร์ของประเทศเราไม่มากก้อน้อย
แต่หากเราให้ความสนใจในเรื่องของความเป็นมาของชาติเรามากกว่าที่เป็นเหตุการณ์แบบนี้คงหมดไป |